Aon's profile=A^o^N=PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 29

    วันซ้อมรับปริญญา

    เตยมาค้างบ้าน

    นอนห้าทุ่ม

    ตื่นตีสองครึ่ง

    แต่งหน้า

    ทำผม

    นั่งรถมามหาลัยกะเตย

    กินข้าวเหนียวไก่อักษรตอนเช้า

    ถ่ายรูปๆๆๆๆๆๆ

    ถ่ายรูปหมู่

    เข้าห้องประชุม

    ถ่ายรูปๆ

    ไปกินข้าวกะที่บ้านบอส

    กลับบ้าน

    สลบ!
    ู่
    กดดูรูปกล้องพี่จา

    June 26

    ~MontBlanc~



    จำได้ว่ามีคนบ่นอยากกินมองต์บลังค์

    จนกระทั่งคุณคนนั้นเค้ากลับไปสุราษฎร์แล้วก็ยังไม่ได้กินซะงั้น

    ไอทีตอนเราตามล่าหาร้านจะกินกันดันไม่ค่อยเห็นขาย

    ตอนนี้ละขายกันให้พรึ่บ!

    ชิ

    แต่ไม่เป็นไร
    เรากินเผื่อละนะคะคุณกีรติ
    5555

    จริงๆวันนี้ไปขูดหินปูนมา
    เลือดกลบปาก
    จริงๆก็ควรจะกินอะไรนิ่มๆใช่มั้ย
    แต่กรรณิการ์ไม่ฮะ
    เที่ยงกินข้าวเหนียวไก่ทอดกะลาบ
    บ่ายๆก็ซัดมองต์บลังค์เนี่ย
    เคี้ยวเกาลัดที เจ็บปากแปล๊บๆ

    ปล. ช่วงนี้ที่เซนทรัลเวิล์ดมีเทศการ Ramen festival นะคะ
    อยู่ตรงชั้นเจ็ด ลานที่มีร้าน amaltery อ่ะ

    June 21

    ชอป ชอป ชอป

    วันนี้ไปเอาเชคที่ hay แต่ดันเจอ 3.375 วันเข้าไป
    เรยยังไม่ได้เชค
    แต่ไม่เป็นไร
    ก็ชอปปิ้งได้อยู่ดี

    ช่วงนี้ชอปแหลกมากเลยฮะ

    ซื้อรองเท้ามา ขนาดลดแล้วยังเหลือพันนิดๆ
    ของ VNC เอาวะ มันสวย
    เป็นคัทชูหัวเข็มขัดสีนู้ดอะ
    กะว่าจะใส่ไปอีกครึ่งปี
    เอาให้คุ้ม 5555

    ตอนนี้อยากได้กระเป๋าอ่ะ

    ก็วันก่อนไปเดินสยามมา กะว่าจะดูกระเป๋า
    แต่ว่าดันได้เดรสมาแทน
    ลูกชายก็ตาดีจิ๊ง
    ถ้าไม่สะกิดเีรียกคงไม่เห็นอ่ะ
    เสียเงินเรย
    ชิ!

    แต่ว่าตอนนี้ก็ยังอยากได้กระเป๋าอยู่นะ
    จริงๆเล็งไว้ตั้งแต่ต้นเดือนแระ แต่พอไปดูมันไม่มีแล้วอ่ะสิ
    เซ็งอยู่

    ชีวิตช่วงนี้ก็กลับเข้าสู่ loop เฟรชชี่อีกละ
    (เฟรชชี่ป.โทอะ 55)


    ทำโน่นทำนี่เยอะไปมั้ยเนี่ย
    เรียน เข้าชมรม เรียนภาษาญี่ปุ่น
    สอนพิเศษ
    เอาเวลาที่ไหนไปทำวะเนี่ย

    อ๋อ เวลานอนไง -*-
    มิน่า

    เริ่มเหนื่อย
    แต่อย่างไรก็มีความสุขดีอยู่
    หลังจากที่ได้พูดอะไรบางอย่างไป
    ฮ่าๆ
    น่าจะพูดซะตั้งนานแล้ว

    รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นเยอะ 555
    ไม่มีอะไรค้างคาใจ

    แล้ว ผลจากการเดินสยาม มาบุญครองวันก่อน
    นอกจากจะได้เดรสมาตัวนึงแล้ว
    ก็ยังอยากได้โทรศัพท์อีกแล้วอ่ะ ชักขี้เกียจจะรอ iPhone แล้วนะ
    ไม่น่าเดินชั้น 4 มาบุญครองเรยใช่มะ
    วิญญาณสาวนักชอปสิงร่างแหงๆ

    ปล. Etc. Bring it back
    มันดีกับหูคุณจริงๆนะ
    5555
    June 14

    ศุกร์ 13

    ไม่ได้อัพบล็อกนานแล้วนะเนี่ย ^ ^"

    เมื่อวาน ... ศุกร์ 13
    ทางตะวันตกเค้าว่ากันว่าเป็นวันไม่ดี

    อืมมม
    มาดูกันว่าศุกร์ 13 ของเราเป็นไง

    ตื่นสายๆ
    ไปถึงคณะตอนเที่ยง
    เข้าเรียนตอนบ่าย
    เย็นไปดูน้องแข่งวอลเลย์์
    ทีมชายชนะ ทีมหญิงแพ้
    กินข้าวตลาดสามย่านใหม่
    ไปพระอาทิตย์
    ดูบอลกับพี่ๆและวอดก้า ;p
    กลับถึงบ้านตีสองยี่สิบนาที

    อ๋อ
    นึกออกแ้ล้วว่าซวยอะไร
    ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านรองเท้าพังไปคู่นึง
    ตกเย็นกระเป๋าหูขาด ดึงกันไปมาท่าไหนไม่รู้
    ฮึ่มมมมม

    ทำไมของมันต้องมาเจาะจงเสียวันนี้เหมือนๆกันด้วยนะ

    มีเรื่องให้ต้องใช้เงินอีกและ
    ฮึ่มมมมมมมม
    May 04

    Melody of life 3 :: Day1

     วันนี้ไปดู Melody of life มาฮะ
    เป้าหมายหลักของอ้อนคือ Etc วงโปรดนั่นเอง

    เริ่มจากการโดนคุณเพื่อนเอิร์กโทปลุกตั้งแต่สิบโมงก่า
    จับความได้ว่า จะอยู่ทรูพารากอนนะ

    ตื่นงัวเงียๆ ไปอาบน้ำแล้วก้อไปกินข้าวเที่ยงกะป๊ะป๋า

    แระก้อไปพารากอนนะฮับ
    คุณเพื่อนเอิร์กรออยู่ทรูแระ
    ก้อสั่งกาแฟ ซื้อหนม นั่งกิน อ่านหนังสือรอปาย

    (ตายห่ะละ เค้าลางของความอ้วนมาแต่ไกล)

    โทรหาคุณป๊อบ คุณป๊อบอยู่งาน architect ว่าจะตามมา
    คุณแมคโทรมา คุยกันได้ความว่า ไปเจอกันที่โน่นเรยละกันนะ

    จากนั้นคุณเพื่อนหมีพูห์ก้อมาจากฟิตเนส
    แล้วก้อไปซื้อกาแฟกันอีกรอบ
    ได้ขำกันอีกแล้วกับ caramel twist cream
    55555
    จนบ่ายสามเราก้อได้ย้ายหลักแหล่งไปยัง Central world
    ที่จัดงาน
    จริงๆแล้วเนี่ย Etc มีกำหนดขึ้นเล่นตอนบ่ายสาม
    แต่ว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสองปี
    พบว่า เวทีใหญ่หน้าห้างมันเลทเสมอ

    กว่าจะไปถึงแระหาที่จอดรถไ้ด้
    ขึ้นมาก้อบ่ายสามครึ่งแล้วววววว

    แต่

    แต่


    Etc ก็ยังไม่ขึ้นนะฮะ!

    ก็เลยเดินไปดูโน้ทบุคกัน เพราะคุณหมีพูห์จะดูโน้ทบุคให้พี่สาวอ่ะ
    กลับมาที่เวทีอีกทีก้อ  15.45 แล้ว
    Etc กะลังจะขึ้นเวทีพอดี๊พอดี
    เลทจากกำหนดการเกือบชั่วโมงได้  =3=
    กร๊ำกรำกรรม - -''

    ไม่บรรยายตอน Etc เล่นละกัน
    สุดยอดมากๆ โดยเฉพาะพี่มิ้น
    หล่อแย่งซีน
    โซโล่เบส แอบเห็นว่าไม่ใช้ปิ๊ก มือเปล่าๆนั่นแหละ
    แล้วพี่มิ้นทำหน้าแบบว่า บรรยายไงดีอ่ะ ไม่รู้ว่าอินกะเพลงหรือว่าเจ็บนิ้วววว

    ระหว่างนั้นโทรศัพท์ก็ดัง คุณแมคมาแล้วนั่นเอง

    ละพอดู Etc เล่นเสร็จก็กลับไปเวทีใน
    แล้วคุณเอิร์กและคุณหมีพูห์ก้อแยกไป
    ให้เราอยู่กะคุณแมคสองคน

    โทรจิกคุณป๊อบยิกๆ ก้อไม่รับโทรศัพท์ซะงั้น
    ก็ดู Saturday seiko จนจบแล้ววิ่งออกไปเวทีนอกดู monotone ต่อ
    ก็ได้ดูอีกนิดนึงก็จะหกโมงละ
    ต่อไปโต๋ขึ้นเล่น แต่

    ไม่ดูอ่ะ!
    ไปกินข้าวดีก่า~~~~

    ค่อยมาดูอีกทีตอน tattoo colour  ตอนสองทุ่มละกันนะจ๊ะ

    ก้อปายกินเซนกัน
    กินสองคนแต่สั่งกันมาเต็มโต๊ะทีเดียว
    ให้คุณแมคโทรจิกคุณป๊อบต่อ
    ปรากฏว่า คุณป๊อบหักเหลี่ยมซะงั้น
    บอกว่าจะมาพรุ่งนี้แทน
    แป่วว

    กินเสร็จก้อเดินไปอิเซตัน
    เพราะอ้อนอยากกินเครปครีมสด
    แต่ไม่มีซะงั้น
    เลยกินซอฟท์ครีมแทน
    (เกี่ยวกันมั้ย ไม่ แต่อ้วนมั้ย อ้วน T-T)
    จากนั้นก้อ
    เดินดูของ พอสองทุ่มลงไป
    กรำกวิ้น!
    tattoo colour กะลังเล่นอยู่
    แง่ง ได้ฟังแค่สามสี่เพลงเอง
    ทีหยั่งงี้ไหงเร็วกว่ากำหนดการฟระ
    ก้อดูจนจบ วงต่อไปเป็น สครับ เราก็ไม่ดูซะงั้น
    เพราะว่าดูบ่อยแล้ว
    วิ่งกลับไปเวทีใน
    พี่โป้โยคีเพลย์บอยกะลังเล่นพอดี
    ก็เรยดูจนจบงาน
    แล้วก้อกลับบ้าน
    คุณแมคมาส่งเหมือนทุกที

    ขอบคุณคุณแมคมากมายค้าบ
    April 25

    เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

    ปล. blog ดอง นานมากกว่าจะเขียนจบ
     
    ทำไปด๊ายยยยย

    เสาร์ที่ผ่านมา (19) นี้แก๊งค์เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนเลยหละ
    ตั้งแต่ไปรอกันที่ foodland
    กว่าจะมากันครบ
    รอบนี้พีระสายสุด ฮ่า

    แระก็ระเห็จไปเซ็นปิ่น
    เพราะที่ foodland ของไม่ครบซะอย่างนั้น

    ออกจากเซ็นปิ่นมา
    ฝนตกหนักมากกกกกกกกกกกกกก!!!
    ยังกะฟ้ารั่วแน่ะ

    กว่าจะไปถึงบ้านพี่ปืน พีระกับลัดดาวัลย์ก็กระจองอแงว่าหิวข้าวๆตลอดเวลา

    พอไปถึงบ้านพี่ปืนปุ๊บ
    พบว่าคุณพ่อคุณแม่ของพี่ปืนได้เตรียมหมูกะปลาหมึกไว้เรียบร้อยแล้ว
    โอ้ว
    สุดยอดเยยค่ะ
    ไปถึงปุ๊บก้อเจียวไข่ก่อนเลย
    กินกับแกงส้มแล้วก้อฟักต้มเค็มที่คุณแม่พี่ปืนทำไว้
    อิ่มกลิ้งเลยทีเดียว


    แล้วก็มีคนหนีไปอ่านวันพีซ เล่นคอม กินส้มโอซะหมดเป็นลูก
    โอ้วววว ทำไปด้ายนะคะคุณ

    เราก้อบรรเลงทำขนมไป
    มูสชาเขียวรอบนี้เป็นอะไรที่มั่วสุดละ
    ตาัชั่งไม่มี เจลาตินซื้อได้แบบแผ่นมา ต้องมากะอีกว่าจะใส่กันเท่าไหร่
    ไม่คุ้นเลย
    งืมๆ

    ก็บรรเลงกันไปเรื่อย จนเย็นๆ พี่จาก็ก้อออกมาปิ้งหมูก่อน
    ขึ้นปิ้งตอนจะกินเรยสุกไม่ทันกินแหง่มๆ
    ไหนจะเบคอน หมึก กุ้ง อีก

    แอบขำ ผู้ชายสองคนแย่งกันตีวิปครีม

    แต่วิปครีมตีขึ้นช้ามาก
    ครือมันเย็นน้อยไปไง
    ปกตินี่แช่กันข้ามคืนกว่าจะตี
    ฮ่า แต่ก็ยังพอได้นะ
    แร้วก้อเอามูสไปแ่ช่เย็นรอลุ้นกันต่อ

    แล้วก็เริ่มมารุมกันปิ้งหมู ทำน้ำจิ้ม เตรียมน้ำซุปกัน
    อืมมมม

    แล้วก้อ
    โซ่ยกันเรย!!!

    ช่วงกิน
    ตัดข้ามเรยได้ป่ะ
    กินอยู่ จำรายละเีอียดไม่ได้หรอก

    กินกันเยอะมากมาย ทั้งของคาวหวานและเครื่องดื่ม
    กินแบบไม่ต้องแย่งกัน อิอิ

    อิ่มจากหมูกระทะก็เก็บกวาดสถานที่
    แล้วมากินของหวานและเครื่องดื่มกันต่อ
    คุยกันไปเรื่อยๆ
    เวลาผ่านไปเร้วเร็ว
    กว่าจะแยกย้ายกันก้อ
    ราวๆห้าทุ่มและ

    คราวนี้พี่กั๊กไปส่งอ้อนกะพี่จากลับบ้าน

    งืมมม

    ข้อคิด
    - บ้านพี่ปืน ไม่ไปไม่รู้ (มันกรุงเทพฯจริงเหรอเนี่ย)
    - ตู้เย็นบ้านพี่ปืนเป็นตู้เย็นสี่มิติ อยากไ้ด้อะไรขอให้บอก !!!

    ขอบคุณ พี่จา พี่กั๊ก พี่ปืน และสำหรับคุณพ่อคุณแม่พี่ปืน ขอบคุณเป็นพิเศษเลยค่ะ ^ ^

    ไปดูรูปกันดีกว่า~~~!



    PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket
    April 09

    takoyaki~~~

    ตอนเที่ยงหลังจากเรียนญี่ปุ่นเสร็จแล้วอ้อนกับน้องชายก็ไปหาอะไรกินกันนะคะ

    ทาโกะยากิเนี่ย
    ของโปรดเลย
    อิอิิ
    พอดีเอากล้องไปด้วย เลยมีรูปให้ดูกันนิดหน่อย

    わたしは げせ10じ から 12じ まで にほんご の べんきょおしました。
    おとおとと あるいて で Sentoraru へ いきました。
    たこやきを たべました。それから わたしは だいがくへ いきました。
    おとおとは うちへ かえります。

    ไหนๆก็เรียนมาแระ
    ขอเขียนภาษาญี่ปุ่นแบบงูๆปลาๆนิดนึงนะค้า~~~! 



    PhotobucketPhotobucket 
    April 02

    วัยเรียน >> วัยทำงาน???

    ไม่อยากเชื่อว่า
    กระโปรงจะทำให้เราดูดีขึ้นได้
     
    ก๊อดดดดดดดดดดดดดดด
     
    ไม่มีอะไรหรอก แค่เมื่อวานไปสอบข้อเขียนเข้าโทของที่ภาค
    แร้วไม่มีชุดนิสิตแล้ว
    ก้อเลยใส่ชุดอารมณ์สาวออฟฟิศไป
    ก้อกระโปรงบานๆหน่อย เสื้อกล้าม แล้วก้อมีเสื้อคลุมทับ
    เรียบร้อยได้อีก
     
    ได้รับคอมเม้นจากเพื่อนๆมากมาย
    โดนมองหัวจรดเท้าเท้าจรดหัว หน้าตาอึ้งกันไป
    มันตลกเหรอ
     
    วันนี้ไปคณะอีกรอบ
    ใส่โปโลกะยีนส์ตามเคย
    เพื่อนๆมองแล้วถามว่าทำไมไม่แต่งตัวแบบเมื่อวาน
     
    งี้แปลว่าเมื่อวานแต่งตัวดีแล้วสิเนี่ย 555
     
    แต่ แต่
     
     
    เป็นผู้หญิงมันเหนื่อยนะเนี่ย
     
    ไหนจะต้องแต่งหน้า
    ไหนจะต้องแต่งตัว
     
    ต้องจำไว้ว่าเรียนจบแล้ว
    จะได้ทำตัวให้สมอายุหน่อย
     
    มะมี้บอกว่ายังทำตัวเป็นเด็กอยู่เลยหนะหนา~~~~
     
    ก็คงจริง
    ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น
    น้องๆที่เรียนด้วยกันไม่มีใครเชื่อว่าจบแล้ว
    แป่ว
     
    สงสัยกะโปโลไปหนะ
    ยืดยีนส์กันตลอดเวลา
     
    ฮ่าๆ
    March 30

    เกาะล้าน





















    seascape

    ร้อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    โป๊กกกกกกกกกกกกก !!!

    บ้านริมทะเล? บ้านทะเล?

    เลนส์มีปัญหา T^T

    พกดวงมาด้วยเหรอจ๊ะ?

    ทุกอย่างช่างลงตัว . . .

    กินข้าวเคล้าเสียงคลื่น

    เกิ๊บบบบบบบบบบบบบบบ

    เทรนด์ใหม่ เอาหัวโหม่งอะไรซักอย่าง

    CPL มันดีกับคุณจริงๆนะ

    เอาอกไถน้ำแข็ง ปฏิบัติ!

    แว๊นซ์บอย สก๊อยเกิร์ล

    ทะเลทุกมื้อ!

    ชามต้มยำกุ้งใหญ่กว่าโถข้าววววววว!

    ห้องแอร์นอนไม่เปิดแอร์

    absolute pear = ซูกัสกลิ่นแอปเปิ้ล~~~

    เมาขี้ตาชมอาทิตย์ขึ้น

    นับเลขในห้องนอน

    ใช้ปากเล่นสลาฟ

    นอนชิวริมหาด

    อยู่เยี่ยงราชา ราคาแปดร้อยบาท

    กุ้งงงงงงง ปู~~~~~~~ ปลาหมึกกกกกกกกกกกก หอยยยยยยยยยยยยย

    น้ำใส ทรายขาว แล้วใครเอาสีเขียวกะครามสาดลงทะเล?

    14.11- 14.29 >> พายุลง
     
     

    อ่ะหนะๆ อ่านแล้วงงใช่มั้ยฮะ?

    ถ้า้ต้องการอะไรที่อ่านรู้เรื่องมากกว่านี้

    ไปที่
    รีวิวบ้านทะเล


       
    March 01

    ลักปีโป้

    ฮามากกกกกกกกกกกก
    เท่าที่เอาให้คนอื่นฟัง
    ยังไม่มีใครไม่ขำนะ
     
     
    credit เนื้อเพลง จาก http://glife.exteen.com/20070228/entry
     
    ชื่อเพลง : ลักปีโป้ (มั้ง)
     
    ทำนอง : Imagine
     
     
    imagine all the people
    living for today ........yoo hoooooo!!
    You may say I'm a dreamer.
    But I'm not the only one
    I hope someday you'll join us.
    and the world will be as one.
    บ่ายวันหนึ่งที่ฝนพรำ
    ที่หน้าร้านขายของชำ
    เจ้าของร้านเข้าห้องน้ำ
    ที่หน้าร้านบ่มีไผ (ที่หน้าร้าน ไม่มีใคร)
    ลูกแม่ใหญ่ออนลักปีโป้ (ลูกแม่ใหญ่ออนขโมยปีโป้)
    แหลนหนีตากฝน (วิ่งหนีตากฝน)
    ไผได้ฟังคงหัวขวน (ใครได้ฟังคงหัวเราะ)
    แหลนตากฝนบ่เหลียวหลัง (วิ่งตากฝนไม่เหลียวหลัง)
    ไปลี้บัง อยู่หลังโอ่ง (ไปซ่อนตัวอยู่หลังโอ่ง)
    แล้วนั่งลง แกะปีโป้
    ลูกแม่ใหญ่ออนลักปีโป้ (ลูกแม่ใหญ่ออนขโมยปีโป้)
    ไปกินคนเดียว
    ปีโป้อันบักใหญ่ (ปีโป้อันใหญ่)
    กินคนเดียว ไม่แบ่งใคร
    ไปลี้กินอยู่หลังโอ่ง (ไปแอบกินอยู่หลังโอ่ง)
    บ่สนใจไผสิว่าหยัง (ไม่สนใจ ใครจะว่าอะไร)
    บ่สนใจสายฝนพรำ (ไม่สนใจ สายฝนพรำ)

    แม่ใหญ่ออนเราเคียดหลาย (แม่ใหญ่ออนเค้าโกรธมาก)
    เมื่อได้ฟังเรื่องราวลูกชาย
    เลี้ยงลูกมาไม่ได้ดั่งใจ
    รู้ฮอดไสอายฮอดนั่น (รู้ถึงไหน อายถึงนั่น)
    มึงลักเฮ็ดหยังซัมปีโป้ (ขโมยทำไม แค่ปีโป้!!)
    คือบ่ลักแนวอื่น (ทำไมไม่ขโมยอย่างอื่น!!)
    ห่ากินหัวมึงเอย (xxxxx sensor xxxxx)
    ลักเฮ็ดหยังประสาปีโป้ (ขโมยทำไม กะอิแค่ปีโป้)
    กะเทิ่นลักคือบ่เอาเหล้า (อุตส่าห์ขโมยทำไมไม่เอาเหล้า)
    คั่นถืกจับ มันบ่คุ้มดอกฮั๋ม (ถ้าถูกจับได้มันไม่คุ้มกันหรอก(ฮั๋ม) )
    มันเสียชื่อ แม่ใหญ่ออน

     
     
    February 24

    : : อยุธยา : : (อีกแล้ว!!!) : : ทริปกลับตัว : :

    คำเตือน !!! บล็อกนี้ยาว มีรูปด้วย


    อยู่้ๆก็ปุบปับทริปกันซะีอีกแล้วค่ะ
    เพิ่งตกลงกันวันพฤหัส แล้วไปวันเสาร์ ฮ่าๆ

    อ้อนยังงานไม่เสร็จ แต่ก็จะไปอ่ะ
    คราวนี้ต้องเป็นคนวางแผนทริปหนะฮับ

    ผู้ร่วมทริป : : แกงค์ปลาหมึก(ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นแกงค์เกิ๊บ!)สี่ค


    ก็ไปกันมาเมื่อวานนี้(23-2-2008) เอง

    พี่ปืนกำหนดเวลานัดไว้ที่แปดโมง
    แต่กลับมาสายที่สุดสะงั้น
    ชริ!

    ออกเดินทางกันตอนแปดโมงครึ่ง
    ทริปนี้สบายๆ เพราะพี่กั๊กขับรถ (เย้เย)

    ก็ออกเดินทางไปบางปะอินก่อน
    ตอนเดินทางก็นั่งภาวนาให้ได้แดดจ้าๆฟ้าใสๆกัน
    อิอิ

    ก็ถึงบางปะอินราวๆสิบโมง
    ก่อนจะถึง ก็มีเหตุการณ์ที่เป็นที่มาของชื่อทริปนี้
    ฮ่าๆ ขับรถเลยทางเข้าค่ะ ก็วิ่งเส้นขนานทางรถไฟเลยนะ
    ก็ใครจะไปรู้
    ทางเข้าเล็กๆ ถนนเลนเดียว ป้ายก็ไม่ใหญ่ แต่มันอยู่ตรงสถานีรถไฟเลย
    แต่อ้อนไม่เห็นไงว่าสถานีไหน (นี่ขนาดเคยมานะ ฮ่าๆ)

    ก็คงคิดว่าไม่ใช่ แต่ขับๆไป อ่าว สงสัยต้องทางนั้นแล้วแหละ
    มันก็ใช่จริงๆนะ แต่เป็นทางเข้าด้านหลังอ่ะ ฮ่าๆ
    ก็เลยต้อง กลับตัวรอบที่ 1 ฮ่า

    ไปถึงปุ๊บ โอ้ย
    กรุ๊ปทัวร์เต็มเลย
    ญี่ปุ่นกะฝรั่งเต็มวัง -''-
    จ่ายค่าเข้าชม 30 บาทแล้วก็เดินเข้าวังกันได้หละ

    ควักกล้องออกมาห้อยคอ
    กดๆดู
    เอ๊ะ
    สว่างแปลกๆ
    อ่าว ตายแล้ว ลูกสาวงอแง
    shutter speed 1/4000 f22
    แต่ภาพสว่างเวอร์
    ใจเสียเลย

    เอาเลนส์คิทออกมาใส่ ก็ปกติดี
    อ่าว เวรแล้วลูกสาวคนเล็กของแม่ T T

    ก็เอาเลนส์มาส่องๆดู ไม่มีัปัญหาอะไร
    ให้พี่ๆช่วยดู พบว่า ก้านปรับรูรับแสงค้าง
    โธ๋ ! เล่นเอาตกใจหมด

    ก็เดินเล่นถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ แดดก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ
    อาการอยากได้เลนส์ใหม่ก็มากขึ้นเรื่อยๆ (เอ๊ะ อันหลังนี่มันเกี่ยวป่ะ ??)

    สลับเลนส์ไปมาระหว่าง 50 กะคิท แล้วพี่กั๊กก็ให้ยืมไวด์มาแป๊บนึง

    มีเลนส์หลายตัวก็ทำเอามึนงงได้เหมือนกันนะเนี่ย

    50 ตัวนี้ไฟล์ใสจริงๆ คมไม่เลี้ยงเลยด้วย
    แต่มันไม่เหมาะกับถ่าย land เลยอ่ะ ก็เลยต้องถ่ายเจาะรายละเอียด
    หรือไม่ก็ still life เอา

    เดินไปเดินมา
    ใกล้จะบ่ายโมง เริ่มร้อนขึ้น ร้อนขึ้น
    พร้อมกะเสียงพี่ๆ "หิวแล้วๆ"

    เหตุเกิดจากความร้อน ทำให้นั่งหมดแรงกันเลยทีเดียว

    ก็เลยออกจากบางปะอินไปหาที่กินข้าวกัน
    จากการโหวตเสียง
    อยากได้ร้านที่อร่อยๆ
    ก็เลยพาไปแพกรุงเก่า
    นี่ถ้าบอกว่าอยากกินกุ้งเน้นๆ อ้อนจะพาไปตลาดกลางแทน

    ขับรถไปร้านกัน อ้อนก็โทรถามทาง
    ขับไปขับมา อ่าว
    ต้องขึ้นสะพานเมื่อกี้รึเปล่า
    เอ้าเฮ กลับตัวรอบที่สอง~~~
    555

    นี่ขนาดร้านมีจุดสังเกตนะ ร้านอยู่ใกล้วัดสุวรรณดาราราม
    (แต่ถึงร้านอยู่ใกล้ เราก็ไม่ได้ไปแวะวัดสุวรรณอยู่ดี)

    ลงไปนั่งกินตรงที่เป็นแพ ลมเย็นๆ วิวดี
    สั่งกันอย่างบ้าคลั่ง หมดไปคนละสองร้อยกว่าบาท
    อิ่มกันแทบกลิ้ง กว่าจะออกจากร้านก็บ่ายสามกว่าๆแล้ว
    ฮ่าๆ

    คราวนี้ไม่มีรูปของกิน ฮ่าๆ เพราะว่าหิวมาก ไม่ถ่งไม่ถ่ายมันแล้ว~~~!

    แล้วก็ไปไหว้พระกันที่วิหารพระมงคลบพิตร และเดินชมวัดพระศรีสรรเพชญ์กันต่อ
    (ทริปเบสิคสำหรับคนเพิ่งมาครั้งแรก ต้องไปวัดพระศรีฯ เดี๋ยวไม่งั้นเค้าหาว่าไปไม่ถึง 555)


    เดินเล่น ถ่ายรูป พี่ปืนกะพี่จาบ่นหมดมุข
    ไม่อยากจะเชื่อ~!

    คนที่ไปวันนั้นคงงงๆ
    ทำไมแค่ดอกหญ้านิดเดียว มีคนตั้งสี่คนรุมถ่ายรูป
    ฮ่าๆ

    พอเห็นพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ
    เราก็ออกเดินทางไปวัดไชยวัฒนาราม เป็นที่สุดท้ายก่อนกลับ
    ที่ต้องไปตอนเย็นก็เพราะว่า ได้รับคำแนะนำมาว่าวัดนี้จะสวยที่สุดในแสงเย็น

    ไข่เค็มวัดไชย ^ ^

    ไปถึงก็เดินหาอยู่นานมากกว่าจะเจอ
    พอปักหลักได้ค่อยสนุกหน่อย
    ถ่ายจนพระอาทิตย์ตก เค้าเปิดไฟส่อง
    และ ...





    ยุงกัด!!! ยุงที่นี่ดุมากเลยค่ะ
    กัดซะ
    ก็เลยต้องรีบกลับกรุงเต้บเลย
    ก็
    กลับไปถึง คราวนี้ก็ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน ... จำชื่อไม่ได้อีกแระอ้อน

    ร้านอยู่ตรงซอยรางน้ำ อาหารอร่อย แต่มาช้าไปหน่อยนะเนี่ย

    อิ่มกลิ้ง สุขีกลับมาบ้านปั่นงานปั่นควิซกันต่อไป T-T
    January 16

    Cake Buffet @ Cafe Buongiorno

    วันอาทิตย์ไปกินบุฟเฟต์เค้กมาค่ะ
    ร้านชื่อ Cafe Buongiorno
    อยู่ซอยสุขุมวิท 33
    ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องบิสกิต ทำส่งสตาร์บักส์ด้วยแหละ
    นอกจากขนมแล้วก็ยังมีอาหารอิตาเลียนขายด้วยนะคะ

    แต่เป้าหมายของเราวันนี้คือ
    บุฟเฟต์เค้ก 129 บาท
    แต่ไม่รวมเครื่องดื่มนะคะ
    กินกันซะ
    แบบว่า เลี่ยนเค้กกันไปพักใหญ่เลยค่ะ

    ต้องขอบคุณน้องสร้อยที่ทำให้อ้อนได้กินฟรี อิอิ
    ขอบคุณพี่กุ๊ก พี่เวด พี่เอก ที่เลี้ยงนะคะ อิอิ

    กินกันจนเลี่ยนตาย
    แทบจะไม่สนใจถ่ายรูปกัน

    ศษซากอารยธรรม

    ดูหน้าพี่เวดสิ อิอิ

    ตอนกะลังกินแสงมีดีๆไม่ถ่ายรูป
    กินเสร็จ จะถ่ายรูป อ่าว
    แสงหมดอ่ะ :p

     
    เบื้องหลังการถ่ายทำ ตอนค่ำๆ

    January 11

    คันคัน ขยุกขยิก

    10 ม.ค. 51
    00.05 : "อาบน้ำเสร็จละ ทาโลชั่นหน่อยดีก่า
                  ชั้นหล่าเบื่อออออ หายหนาวแล้วแท้ๆ ทำไมยังผิวลอกอยู่วะ"
    00.08 :  "โปะโลชั่นดีกว่า แคทมันเพิ่งเอาวาสลีนมาให้นิ"
    00.25 : "เหร้ย คันแขนง่ะ ตรูแพ้วาสลีนเหรอวะเนี่ย T^T"
    00.30 : ไปล้างออกละ ไม่ได้ดีขึ้นเรย ยังคงคัน และเกา จนแดง
    01.45 :  นอนละ ม่ายค่อยคันเท่าไหร
    08.38 : ตื่นนอน เลิกคันละ แต่ยังมีรอยแดงๆที่แขนซ้ายอยู่

    ------------------------- ไปคณะ ไปค้นหนังสือทำรายงานที่หอกลาง --------------------------

    17.45 : ถึงบ้าน กินข้าวเย็น (ยังไม่คัน)
    18.14 : เปิดคอม ทำงาน อ่านเวป และเล่น msn
    19.30 :  "เห้ย ทำไมคันขาฟระ เวงละ"
    20.18 : เริ่มลามมาคันที่แขน "กำ ที่นี้ตรูแพ้อะไรอีกวะเนี่ย"
    21.30 : ทนไม่ได้ละ ออกไปซื้อยาแล้วกลับมาอาบน้ำ
                ว่าแต่ ทำไมโดนน้ำแล้วคันกว่าเดิมว้าาาา
    21.54 : อาบน้ำเสร็จละ โปะคาลาไมน์เข้าไปปปปปปปป
                ดูอมชมพูทั้งตัวทีเดียว
    23.56 : (now) ที่ที่โปะยาไว้มันดีขึ้น แต่แต่ ทำไมมันลามมาขึ้นแถวหัวไหล่ด้วยแล้วละ
               เหร้ยยยยยย แย่ละอ้อนเอ๋ย
    December 29

    Hang out with my beloved friends ^ ^

    อยู่ๆก็มี sms จากไอหนึ่ง เพื่อนสนิทสมัยเรียนสตรีวิทย์ส่งมา
    "พรุ่งนี้เย็นแกว่างมั้ย ไปถ่ายรูปที่ Central world กัน จะชวนเจนไปด้วย 5 โมงแหละ"
    ก็เลยส่ง sms ตอบไปว่า ได้เลย
    และก็นัดคุยกันแล้วจัดการโทรตามคนอื่นๆเพิ่มอีก
    แต่นอกจากเรากับหนึ่งก็ยังไม่มีใครคอนเฟิร์มว่า"ว่าง" ชัวร์ๆซักคน

    เย็นวันนั้น
    ติวแมทีเรียลให้น้องๆเสร็จ (บีบให้เสร็จตอนสี่โมงกว่า ไม่ยอมให้ถามเยอะๆแล้ว ฮ่าๆ)
    ก็ออกมาขึ้นรถป๊อบไปสยาม เดินไปรอที่หน้าน้ำพุ
    ก็เจอไอหนึ่งก่อนเป็นคนแรก
    แล้วก็เพื่อนๆก็ทยอยมากัน
    เซอร์ไพร้สนะเนี่ย มากันได้เกือบครบแกงค์เลย
    ขาดปุ้ย แต่มีญาดาที่เพิ่งเลิกเรียนตามมาสมทบ
    กินๆ เม้าๆ ถ่ายรูปๆ
    คราวนี้สบาย ถ่ายมาน้อย เข้ากล้องเยอะ
    เพราะแจนพาไข่ไก่มาด้วย แล้วหนึ่งก็พาตี่มาด้วย

    พวกเราก็บ้ากล้องกันสนุกสนานกันไป

    แยกย้ายกันตอนราวๆสามทุ่มกว่า
    แล้วเราไปเป็นเพื่อนญาดาซื้อของแป๊บนึง

    กลับมาถึงบ้าน
    นึกถึงประโยคนี้เลย

    "เจอกันเมื่อไรก็สุขสดใสได้ทุกที~!"

    ทุกครั้งที่เจอพวกแก มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ

    รักพวกแกจัง

     
    December 21

    ในที่สุดก็มาถึง

     
    หลังจากรอมาหลายวัน ด่าไปรษณีย์ไปหลายรอบ
    มันก็มาถึงซะที
     
    อันนี้เป็นโปสการ์ดจากพี่จานะคะ
    ส่งมาจากปายและแม่ฮ่องสอน
    มันควรจะมาถึงตั้งหลายวันละ
    เพิ่งได้
    สงสัยช่วงนี้คนส่งของกันเยอะ ไปรษณีย์เลยทำงานช้านิดนึง


     
    ส่วนอันนี้ มาจากจักร
    จะเป็นอะไร มาเปิดห่อดูดีกว่า
    (ขออนุญาตเซ็นเซอร์ที่อยู่ตัวเองนะค้าบ)

    เปิดมาแล้วเป็นอย่างนี้!

    สุดท้ายนี่ก็ต้องขอบคุณทั้งสองคนมากๆเลยนะคะ ^ ^


    December 18

    เลือกทางไหนดี???

     เฮ่อ
    ยังอ่านหนังสือไม่จบอ่ะค่ะ
    (จริงๆจบแล้วแหละ คือยังจำไม่ได้มากกว่าอ่ะ ฮ่าฮ่า)
    แต่ขอมาเขียนบล็อกก่อน

    สับสนค่ะ
    เรียนวิศวะมาสี่ปี
    ก็ไม่ใช่ว่าทำงานทางนี้ไม่ไ้ด้
    แต่ก็ไม่ได้ชอบงานนี้มากๆ
    ตอนนี้
    เก็บใบสมัครมาละ
    แต่ยังไม่ได้ส่งซักที
    เอกสารก็พร้อมแล้วหละ
    ขาดแต่คะแนน TOEIC ที่ยังไม่ได้สอบ

    มันเฉื่อยๆ เอื่อยๆ

    แล้วตอนนี้ก็มีทางเลือกมาอีกทางหละ
    เพื่อนที่เป็นแมวมองอยู่ agency แห่งหนึ่ง
    บอกว่า agency มันเนี่ย
    อยากได้ช่างภาพเพิ่ม (คือเป็นช่างภาพสตูดิโอนั่นแล)
    ละเพื่อนบอกให้ไปยื่น port ดู
    คิดว่าอ้อนน่าจะได้
    (ถึงไม่ได้ทำงานกับเค้าเลย ก็น่าจะได้ฝึกงานก่อนมั้ง)

    อืมมม
    ลังเลเนาะ
    งานถ่ายรูปมันก็ชอบ
    แต่แอบเสียดายที่เรียนมา
    และก็ไม่รู้ว่า
    งานถ่ายรูปเนี่ย
    จะมั่นคงได้แค่ไหน

    ตอนนี้
    ที่บ้านไม่ว่าอะไรเลย ปล่อยใ้ห้ตัดสินใจเอง

    เฮ้อ
    ก็กะว่าจะเอา port ไปยื่นดูก่อนหละค่ะ
    อาจจะไม่ได้ก็ได้นะ

    ยังไม่ค่อยมั่นใจเลยว่าตัวเองจะไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นได้
    เพราะคิดอยู่ตลอดว่าตัวเองเป็นมือสมัครเล่นอ่ะ

    ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
    คิดว่าอ้อนควรจะทำงายดี
    ??????
    December 13

    หน้าม้าซะงั้น

    เอิ่ม...
    เมื่อวานไปถึงคณะก่อนเวลาเรียนอ่ะค่ะ
    แถมเจอเลื่อนจาก 10 โมงเป็น 11 โมงซะงั้น
    ก็เลยลงไปที่ห้องเตาชั้น 15 (ห้องอบชิ้นงานเหล็ก)
    เจอพี่แจนนั่งเฝ้าเตาอยู่
    โดนเจ๊แกจับแต่งหน้าเช่นเคย
    (ช่วงหลังๆนี่โดนบ่อย สนุกพี่เค้าละ)
    แต่งเสร็จ เอิ่มมมม
    นี่ถ้าตรูไปซิ่งแถวทองหล่อจะเหมาะมั่ก
    เจ๊แกแต่งสวยนะ
    แต่ไม่ชินเลยหวะค่ะกับตาเข้มๆเนี่ย
     
    เอ่อ...
    ยังค่ะ ยังไม่หมด
    เจ๊แกอารมณ์ไหนไม่ทราบ
    อยากตัดผมให้
    อุปกรณ์ก็ไม่มี วิ่งไปยืมกรรไกรตัดกระดาษมาจากห้องสมุดภาค
    เราก็บ้าจี้ แค่เล็มๆข้างหน้าไม่เป็นรัยมั้ง
    เพราะไงเด๋วอีกวันสองวันก็กะจะไปตัดอยู่แล้ว
     
    ก็ออกมาเป็นหน้าม้า ไล่ด้านข้าง
    มะใช่หน้าม้าตรงๆเต่อๆนะ เราไม่ยอมหรอก
    ขึ้นไปเรียน
    เส็ดละลงมากินข้าว ได้ใจ ยังไม่มีใครทักเรื่องผม
    เจ๊แกขอตัดอีก
    ก็ยังบ้าจี้ได้อีกอ่ะ
    เอิ๊ก
    ตัดออกมาแล้วดูเหมือนไม่ตัดอย่างไรอยู่
    ด้านหน้ายาวเท่าเดิม แต่ดูไล่ระดับ
    ด้านหลังหายไปเยอะอยู่
    แต่พี่แจนก้อกรี๊ดๆ บอกว่าออกมาญี่ปุ่นมั่กๆ
    ชอบๆ
     
    ลงมาที่โต๊ะชมรม ยังไม่มีใครทัก
    ได้ใจๆ
    กลับบ้านไปสระผม แห้งมาแล้วแทบกรี๊ด
    เกือบเป็นหน้าม้าตรงซะงั้น
    วิตกจริตหวีๆไดร์ๆ มันก็ไม่ยอมปัดให้อ่ะค่ะ
    เสีย self มากๆ
    ก็เลย
    เอาวะ
    ติดกิ๊บแล้วนอนทั้งๆยังงั้น
    ตอนเช้าออกมาค่อยยังชั่วหน่อย
    เป็นม้าปัดสั้นๆ
    วันนี้ออกมาเรียน
    เจอ feedback เพียบ
    ตั้งแต่ไอไนท์ที่ทำหน้าตกใจใส่
    เพื่อนๆน้องๆบางคนที่ทำหน้าเฉยๆ
    ชาญเชาว์ที่บอกว่าสาวมั่กๆ
    (โอ้ว ปกติดิชั้นเป็นผู้ชายเหรอคะ หรือว่ากระเทย ก้ากกก)
    น้องสร้อยที่บอกว่า ซอยสวยดี
    (พี่แจนเปิดร้านเล้ย)
     
    เอิ๊กๆ
    เสี่ยงนะเนี่ย แต่ก็ทำไปแล้ว
    ดีดี ไม่ต้องเสียตังค์ 400
    แต่ยังตลกหน้าตัวเองอยู่ ไม่ชินๆ
    December 09

    บุรินทร์ Groove riders

     

     

    Groove riders in Truelife jam session @ trueLife ทองหล่อ

    รูปจากอ๊อบ

    www.mtphoto.multiply.com

    อ๊อบมันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ

    ขอบคุณนะค้าบ

    ไม่มีมันอ้อนคงไม่มีรูปมาให้ดูกัน

    เพราะว่าคราวนี้ไม่ได้เอากล้องไปอ่า

    ว่าแต่ บุรินทร์น่ารักจริงๆ

    อิอิ

     

    December 08

    สัปดาห์แห่งการดูพลุ

     
     
    อย่างที่รู้ๆกัน เนื่องในโอกาส 80 พรรษา
    ปีนี้ก็มีจุด "
    พลุเฉลิมพระเกียรติ มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา"
    ก็มีจุดติดกันถึงห้าวันเลยทีเดียว

    อ้อนก็ตั้งใจไว้ว่ายังไงต้องได้รูปพลุมาซักชุด
    ฮ่าๆ ดูพลุติดกันตั้งแต่วันอังคารยันวันพฤหัส
    อาทิตย์แห่งการดูพลุจริงๆ

    วันอังคาร ก็เป็นพลุไซโก้ จุดที่สนามม้านางเลิ้ง
    พี่กั๊กกะพี่ปืนเลยจะขึ้นไปถ่ายรูปกันที่ชั้น 19 ตึก 4
    มีปลา กับบี ตามมาดูพลุด้วย
    ส่วนเรามะได้ถ่ายอ่ะ เพราะยังมะมีขาตั้ง และช่วงนั้นก้องานเยอะด้วย

    ชั้น 19 มันก็มีระเบียงนะ แต่ไม่สะใจวัยรุ่น ปีนขึ้นไปตรงชั้นลอยที่สูงกว่า ที่มีคอมเพรสเซอร์แอร์อยู่
    วอนหาเรื่องตกลงมาเจรงๆ ปีนกันขึ้นไปด๊าย

    วันพุธ
    โดนพี่ๆแกงค์ปลาหมึกโทรเรียกให้ออกไปดูพลุด้วยกันที่สวนสันติ
    ก็แวนซ์มอไซค์รับจ้างไปกันเรยทีเดียว

    ด้วยเหตุขัดข้องบางประการ มีคนอ่านผิด จริงๆพลุจุดที่สะพานวงแหวน

    แต่ก็ยังได้ดูพลุ+จุดเทียนชัยถวายพระพร
    แต่ตอนนั้นอยู่คนเดียวนะ เพราะพี่ๆยังมาไม่ถึงจุดนัดพบ กินข้าวกันซะงั้น

    แล้วหลังจากที่เจอกันแล้ว เราก็ลากพี่ๆไปเดินงานวัดตรงเชิงสะพานพระปิ่นฯ

    โอ้ววว คนเยอะแม๊กซ์!!!

    ก็เดินกันขำขำฮาฮากันไป


    วันพฤหัส ก็วันนี้แหละที่กะจะถ่าย
    เพราะว่าพลุจุดที่ราชกรีฑาสโมสร แล้วก็เลยจะถ่ายกันที่สนามรักบี้หน้าพระรูปเลย
    ง่ายดี ก็ยืมขาตั้งเล็กจากพี่ปืนมา
    ยืมรีโมทจากพี่ป๊อบมาด้วย แต่ขัดข้องทางเทคนิคตอน sync เล็กน้อย
    เลยไม่ได้ใช้ซะงั้น
     กดมือเอา รูปที่ออกมาก็ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

    แต่อย่างว่า มันก็ต้องมีพลาดกันได้ ก็ครั้งแรกนิคะ

    แต่ก็ยังพอมีรูปที่ดูได้อยู่นะ
    ไม่เอาลง photo อ่ะ เขิน
    ใส่สไลด์ให้ดูดีกว่า


    ก็หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็ว่าจะไปถ่ายรูปไฟตรงราชดำเนินนอกต่อ
    เพราะว่าวันเสาร์ยังไม่ได้ไปตรงนั้น
    แต่ว่า สุดท้ายก็ไม่ได้ไปอ่ะ
    ไปแหง่กอยู่ตรงเสาชิงช้าแทน
    ก้ากกกก


    ู่
    ก็ตลกดีอ่ะ งานเยอะแต่ทำตัวลัลล้าเป็นบ้าเลย
    เมื่อวานก็ไปดู Groove riders วันนี้ก็ไปดูหนังมา
    เฮ่อ

    ต่อจากนี้ไป ต้องเนิ้ดแล้วสิเนี่ย
    วันที่ 20 ก็สอบแล้วอ่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!
    December 02

    ดูไฟกะแกงค์ปลาหมึก

    หลังจากที่เมื่อวานก็วุ่นๆกันไป

    วันนี้ (วันเสาร์) ก็เลยมีนัดไปเดินชิวกะแกงค์ปลาหมึก

    โดยคราวนี้เราจะไปดูไฟ+ ถ่ายรูปที่ถนนราชดำเนิน

    ก็กว่าจะรวมตัวกันได้ก็ราวๆหกโมง

    ถ่ายรูปจนแสงเริ่มหมดก็ได้เวลาไปซัดโฮกกัน

    หลังจากที่ทุกทีมาแถวนี้แล้วจะต้องไปกินลันตา

    คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศ

    ให้เข้ากับหน้าหนาว เราก็ไปซัดข้าวต้มข้างวัดบวรแทน

    อร่อยมั่กๆ ซัดกันไปมากมาย จ่ายแค่คนละร้อยยี่สิบ

    อิ่มแทบจุกตาย

    แต่ก็ยังไปหาขนมกินต่อ

    (แกงค์เราขาดของหวานไม่ได้จริงๆนะเนี่ย)

    ก็เลยพาพี่ๆ เดินไปที่ถนนพระอาทิตย์ ไปจบที่ Ann's sweet อีกแล้ว

    ชิวไปชิวมา ฮาเฮกันถึงราวๆสองทุ่มครึ่งก็ออกเดินไปกดรูปกัน

    ก็เดินดูนิทรรศการ "ทรงเป็นแรงบันดาลใจ"

    มีบัตร stamp ด้วย

    ประมาณว่า ทุกครั้งที่เข้าไปดูซุ้ม ให้เอาบัตรเนี่ยให้เจ้าหน้าที่ประทับตราให้

    แล้วเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มจะเอาโปสการ์ดให้หนึ่งใบ

    แต่ว่า ต้องไปตอนหกโมงถึงสี่ทุ่มนะ

    หรือถ้าหมดก่อน (ซุ้มละห้าพันใบต่อวัน) ก็อด

    เพราะว่าอ้อนไปถึงซุ้มสี่ตอนโปสการ์ดหมดแล้ว  T T

    และถ้าเก็บได้ครบเก้าซุ้มแล้ว ก็เอาไปแลกสมุดสะสมภาพได้

    ตอนนี้อ้อนเก็บได้สองดวงหละ (ฮ่า)

    มีเวลาอีกหลายวัน เพราะนิทรรศการนี่จัดถึงวันที่เก้า

    เดินกลับมาที่อนุสาวรีย์อีกรอบ มีการแสดงม่านน้ำประกอบแสงสี

    แต่หมดตอนสี่ทุ่มซะงั้นเหมือนกัน 

    ก็เลยไปนั่งกินแมค เม้าท์กันอีกหน่อย แล้วก็กลับบ้านละ

    มีคนลืมกระเป๋าไว้บนรถพี่กั๊กด้วย

    หุหุ